L1

L2

L3

เรื่องราวใหม่ ๆ

  1. ตารางกิจกรรม
  2. การ์ตูนครอบครัวพอเพียง

กิจกรรมมอบป้ายประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน

ทางคณะกรรมการมูลนิธิฯจึงได้จัดทำโครงการครอบครัวพอเพียงสู่สถานศึกษาและชุมชน เพื่อเป็นการสร้างแนวร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดผลอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมไปถึงการมุ่งเน้นดำเนินการรณรงค์ปลุกกระแสให้เยาวชนไทย รู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รู้รักสามัคคี รู้สิทธิและหน้าที่พลเมืองดี ร่วมปกป้องผลประโยชน์ของบ้านเมือง และตื่นตัวที่จะคิดดี ทำดี ร่วมมือร่วมใจกันต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อประเทศไทยพัฒนาอย่างยั่งยืน

{gallery}New_gen_so_good_v{/gallery}

 

สัมภาษณ์พิเศษ

×

Notice

There was a problem rendering your image gallery. Please make sure that the folder you are using in the Simple Image Gallery plugin tags exists and contains valid image files. The plugin could not locate the folder: images/New_gen_so_good_v

“คนที่ได้ปฏิบัติตามปรัชญานี้ก็จะดีกับตัวเอง ได้พบสิ่งที่ดี เรื่องวิธีคิด เรื่องความเรียบง่าย คือไม่ลำบาก

ปฏิบัติแล้วมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองต่อตนเอง ครอบครัวและหน่วยงาน เป็นหลักประกันที่มีความมั่นคงแน่นอน”

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

ฉบับนี้นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียงได้รับเกียรติจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้วมาเปิดเผยมุมมอง วิธีคิดต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและการทำงานทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยเฉพาะการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในบริบทต่างๆ ของชีวิตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยจากที่ใด เราเชื่อว่าแนวคิดต่างๆ ของท่านจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจและได้นำหลักปรัชญาเป็นแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่สำคัญ

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการทำงานที่ผ่านมา
: ผมว่าเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้ที่ได้นำไปปรับประยุกต์ใช้เป็นแนวคิดและปฏิบัติจะมีผลดีต่อตัวเองมากรวมทั้งการบริหารจัดการด้วยผมยืนยัน ผมรับราชการตั้งแต่ชั้นผู้น้อย เริ่มต้นทำงานในพื้นที่ป่าเขาทุรกันดาร ตอนนั้นเรียนจบในปี 2519 ผมอยู่นครบาลก่อน แล้วก็ได้ไปทำงานในพื้นที่ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เหตุการณ์ในพื้นที่มีสถานการณ์รุนแรงมาก ผมเป็นผู้บังคับหมวด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม มีโอกาสได้ร่วมงานกับท่านพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผบตร. ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นสารวัตร สมัยนั้นผมยังหนุ่มอยู่เลย ผมก็มีหลักคิดและใช้หลักการนี้บริหารจัดการกำลังพล เรียกว่าปลูกฝังความคิดของผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องการครองตน ครองคน ครองงาน โดยเฉพาะหลักคิดเรื่องคงความเรียบง่าย ความประหยัด ความมีวินัย หลักพึ่งตนเอง เรียกว่าให้อยู่ได้อย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี สมฐานะ
และเมื่อผมได้ย้ายมาเป็นสารวัตรอยู่ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ตำรวจรายได้ไม่มากครับ ผมก็พยายามให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของผมพึ่งพาตนเองได้ มีกินมีใช้ตามฐานะตอนนั้นก็ให้ครอบครัวตำรวจช่วยกันปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงไก่ไข่ เอาดินที่อยู่หลังห้องแถวที่พักเพาะปลูกพืชผักสวนครัว หลังบ้านก็ทำเป็นที่เลี้ยงไก่ไข่ แม่บ้านก็มาสานตะกร้าขาย มีสหกรณ์ในโรงพัก เป็นวิถีที่ดีไม่อดนะ ตอนนี้ก็ยังอยู่เพราะพวกเขาเห็นคุณค่า ตั้งแต่ปี 2527 ทำให้ตำรวจเรามีค่านิยมชีวิตที่ถูกต้อง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน อยู่อย่างพอเพียงแล้วก็มีรายได้เพิ่มขึ้น
ที่สำคัญผู้บังคับบัญชาต้องนำ ต้องปฏิบัติเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่เป็นผู้บังคับบัญชาแล้วติดดินไม่เป็น ทำตัวโก้หรูตลอดเวลา ผมว่าพระราชดำรัสเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนี้เป็นหลักคิดช่วยสร้างคนให้ขยันหมั่นเพียร ประหยัด เรียบง่าย และช่วยชี้ให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของคนในองค์กร เช่นให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ปลูกฝังชีวิตที่ดีงามให้กับข้าราชการตำรวจ ส่วนตัวผมอีกสิ่งที่ผมทำเป็นประจำคือ ทุกเช้าผมจะพบกับผู้ใต้บังคับบัญชา ผมก็จะน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่มาอ่านให้ทุกคนได้ฟัง อ่านเสร็จก็พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกัน ผมเลือกมาพูดทุกวันเลยนะ ผมคิดว่าพรุ่งนี้จะคุยอะไรกับลูกน้อง จะบอกอะไรกับพวกเขา บอกสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นแนวคิดได้ สำคัญมากนะเรื่องพวกนี้ข้าราชการตำรวจเงินเดือนน้อยครับ บางครอบครัวผมบอกได้เลยว่ายังลำบาก หากพวกเขาไม่มีหลักคิด ไม่เห็นความสำคัญของหน้าที่ของตนเอง ประชาชนจะไปพึ่งใครได้ แต่ถ้าตำรวจยังพึ่งพาตนเองไม่ได้อันนี้ยิ่งลำบาก ทุกเช้าผมจะหาพระราชดำรัสนำมาอ่านสั้นๆ ก็จะให้ซึมซับไปเรื่อยๆ
มาช่วงตอนที่ผมมาเป็นตำรวจตระเวนชายแดน ช่วงนั้นผมมีโอกาสถวายงานเรื่องโครงการพระราชดำริในโรงเรียน ตชด.ของสมเด็จพระเทพฯ เป็นช่วงที่ผมจดจำได้ไม่มีวันลืมเลยครับ
โรงเรียน ตชด.นั้นมีความสำคัญมากต้องใกล้ชิดกับชาวบ้าน ต้องหาวิธีบูรณาการให้ครบถ้วน ทั้งเรื่องของการศึกษา เรื่องของอาชีพและต้องเข้าถึงชาวบ้านจริงๆ ผมมีโอกาสได้ศึกษาแล้วก็นำสู่การปฏิบัติ เรื่องนักเรียนก็ต้องส่งเสริมจัดการให้นักเรียนมีความขยันหมั่นเพียร ต้องทานอาหารครบ 5 หมู่ ต้องปลูกพืชสวนครัวเอง เลี้ยงไก่เอง ปศุสัตว์เอง หาอาชีพโดยการประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานมาฝึกอาชีพให้ชาวบ้าน ต้องดูแลป่า มีป่าชุมชน มีสารไอโอดีน สถานพยาบาล มีสหกรณ์ เป็นระบบที่ต้องดูแลครบถ้วนในโรงเรียน ผมอยู่ ตชด.ประมาณ 7-8 ปี ถึงรองผู้บังคับการ ตชด.ภาค 1 เป็นพันเอกพิเศษ ก็ดูแลโครงการโรงเรียน ตชด. ผมว่าเป็นช่วงที่มีความสำคัญมากเพราะผมได้รับประสบการณ์ในทุกๆ ด้านของชีวิตเรียกว่าต้องดูแลประชาชนทุกเรื่องเลยก็ว่าได้

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประยุกต์ใช้ในการบริหารงานระดับประเทศ
: จนมาวันนี้ ผมไม่คิดเลยนะว่าวันหนึ่งผมจะมาถึงตรงนี้ ตรงที่ต้องมาดูแลสวัสดิภาพ สวัสดิการแก่ประชาชนทั้งประเทศ ต้องช่วยให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ตั้งแต่เกิดจนตายเลยก็ว่าได้ กับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมพึงจะมีในขณะนี้คือหลักธรรมาภิบาลและการบริหารงานภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผมต้องให้ข้าราชการในกระทรวงนี้ทุกคน เข้าใจ เข้าถึงในการนำหลักปรัชญามาเป็นหลักคิดและนำมาพัฒนากับงานที่แต่ละหน่วยงานพึงปฏิบัติเพื่อประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยและทุกๆ ปัญหาของประชาชน ข้าราชการของกระทรวงพัฒนาสังคมทุกคนต้องรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานั้นและต้องแก้ไขเยียวยา ตรงจุด ตรงปัญหาและทันท่วงที

ความพอเพียง ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทนและเรียบง่าย คือสิ่งที่ท่านพยายามปลูกฝังในตนเอง และนำสู่ข้าราชการทุกระดับชั้นเรียกว่าน้อยคนจะรู้จักท่านในมุมนี้
: เมื่อมากระทรวงนี้ใหม่ๆ สิ่งแรกเลยที่ผมมอบเป็นนโยบายคือ ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในหน่วยงาน คือต้องเรียบง่าย ประหยัดพึ่งพาตนเองได้คนทุกคนในหน่วยงานต้องช่วยกันไม่เอาเปรียบกันและในเนื้องานต้องช่วยประชาชนได้จริง อย่างที่ศูนย์ไร้ที่พึ่ง จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากมีผู้อพยพมาจากจังหวัดอื่นมาเป็นคนเร่รอน ซึ่งเราต้องจัดระเบียบเพื่อให้คนเร่ร่อนเหล่านี้เขาอยู่ได้ มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการชี้นำและฟื้นฟูจนเขาพึ่งพาตนเองได้ เริ่มต้นจากนำพวกเขามาตรวจสุขภาพ ฝึกอาชีพ ซึ่งต้องใช้เงินของรัฐมากพอสมควรและเรื่องนี้นับวันทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย และการแก้ไขในเรื่องนี้ต้องแก้ไขแบบยั่งยืนต้องให้เขามีอาชีพหรือสามารถที่จะจัดการกับตนเองได้เช่น สามารถปลูกพืชผักสวนครัวเอง เลี้ยงไก่เลี้ยงหมูเอง แล้วก็มีการประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้รัฐก็สนับสนุนทุนหรือเสริมสิ่งที่เขาขาดในพื้นที่ของรัฐเอง ซึ่งเราเรียกว่าศูนย์คนไร้ที่พักพิง
เรามีศูนย์ที่พึ่งต่างๆ เช่นศูนย์เด็ก ศูนย์เยาวชน หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมก็ให้นโยบายว่าในการบริหารจัดการศูนย์ซึ่งถ้าเป็นส่วนภูมิภาคซึ่งมีที่ดิน ก็ต้องคิดทำให้พึ่งตัวเองซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาด้านเกษตรอาหารกลางวันเพื่อกิน เพื่ออยู่ เหลือก็แจกจ่ายกัน ดินที่เหลือก็มาจัดแปลงผักสวนครัว เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ต้องเอาแนวนี้ไปใช้ เพราะตัวนี้เป็นวิถีที่ให้กับราชการชั้นผู้น้อยมารวมกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์มากครับ มาช่วยพรวนดิน มาช่วยปลูกผัก มาแบ่งทำอาหาร มันจะเป็นกิจกรรมสร้างความสามัคคี ตอนเที่ยงก็มีอาหารกลางวัน เป็นนโยบายที่ผมให้ไป ซึ่งบางศูนย์ก็ทำได้ดี ผมก็ติดตามต่อไป

ปัญหาต่างๆ แก้ได้ที่ “ครอบครัว”
: ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ก็เริ่มต้นมาจาก ครอบครัว และวิธีการแก้ปัญหาให้ได้แบบยั่งยืนจริงๆ แล้วก็ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุคือ ครอบครัว ทุกอย่างต้องเริ่มที่ครอบครัว สังคมจะดีได้เริ่มต้นที่ครอบครัว เขาเรียกว่าทำให้ครอบครัวมีความเข้มแข็งเป็นการฉีดวัคซีนที่สำคัญของประเทศ ครอบครัวที่อบอุ่นเข้มแข็งผมว่าสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง นโยบายผมเน้นการทำให้ครอบครัวมีความเข้มแข็ง ยกตัวอย่างคือจากกระบวนการทางสังคมที่ต้องทำให้ครอบครัวเข้าใจ เริ่มจากกระบวนการเลี้ยงดูต่อเด็กที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ซึ่งปีที่แล้วเราเริ่มโครงการที่เรียกว่าเงินอุดหนุน 400 บาทต่อเดือนสำหรับครอบครัวที่มีเกณฑ์รายได้น้อยเพื่อเลี้ยงดูบุตร บุตรต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งจากกระบวนการการเลี้ยงดูทางการแพทย์บอกว่าเด็กแรกเกิดถึง 6 ขวบ เป็นช่วงที่มันสมองโตมากที่สุด 80% ต้องกินอาหารครบ 5 หมู่ ขบวนการกระตุ้นต้องรับการกระตุ้นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความอบอุ่นเรื่องของนมแม่ เรื่องเกี่ยวกับการกอดสัมผัส อันนี้เป็นสิ่งที่ทางกระทรวงต้องมีการบรูณาการร่วมกันกับทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษา เพื่อให้ความรู้ด้านครอบครัว ด้านชุมชนและสังคมให้มากๆ แก่ประชาชน เพื่อจะได้สร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง แล้วครอบครัวที่ยึดถือหลักธรรมะหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ผมว่าไม่ค่อยจนนะ เพราะทุกอย่างมันพอดี มีคำพุทธพจน์ “รู้จักพอเป็นสุขทุกสถาน” คือทุกคนอาจจะมีความต้องการเยอะมาก แต่มาอยู่ที่พอดีมันทำให้มีความสุขได้ แล้วก็จะมีผลต่อการใช้ทรัพยากรที่ไม่เกินเลย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฉะนั้นกระบวนการเลี้ยงดูจากครอบครัวผมว่ามีความสำคัญมาก
ผมให้ทำคู่มือการเลี้ยงดู วิธีการเลี้ยงดู การเป็นพ่อเป็นแม่เป็นอย่างไรให้ได้ดี เพลโตพูดเป็นพันปีว่าทฤษฎีตัวแบบ ผมได้ศึกษาเรื่องนี้ว่าเราเป็นตัวแบบให้ลูก เราอาจจะมีดีและไม่ดี แต่เมื่อเราเป็นผู้นำครอบครัว เราเป็นผู้นำเราต้องดีนะครับ ต้องอารมณ์อย่างไร ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ต้องเป็นตัวอย่างของลูกนะครับ ถ้าเราเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับลูก ลูกก็ดียาก อันนี้คือพ่อแม่ต้องมีคู่มือซึ่งผมให้ทางกระทรวงฯ ทำคู่มือ มันเหมือนวัคซีนของครอบครัวที่จะให้พ่อแม่ได้รู้ว่าลูกเกิดมามีความสำคัญตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบอย่างไร ต่อไปถึงจะเป็นวัยเด็กยังไง วัยรุ่นยังไง เป็นขบวนการที่ต้องทำความเข้าใจแล้วก็สอนเป็นตัวอย่าง แล้วก็นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางปฏิบัติอย่างไร ถ้าพ่อแม่ฟุ้งเฟื้อไม่ทำบัญชีครัวเรือนไม่รู้จักการบริหารเงิน การใช้ของฟุ่มเฟือย ลูกต้องฟุ่มเฟือยแน่นอน ถ้าพ่อแม่รู้จักวิธีคิดประหยัด แม้สังคมจะเป็นยังไงก็ตาม แต่เมื่อกลับไปบ้านแล้วเห็นพ่อแม่ขยันหมั่นเพียร มีความประหยัดรักกัน แน่นอนลูกโตขึ้นมาเป็นคนดีแน่นอนผมมีความเชื่อมั่น ครอบครัวของผม คุณแม่ผมท่านเป็น ครู พ่อเป็นพ่อค้าแม่เป็นครู ก็มาจากกระบวนการเลี้ยงดูที่อบอุ่น อาหารครบ 5 หมู่ ทำให้เราได้รับสติปัญญาที่ดีแน่นอน

“คนพิการคือพลังของสังคม ไม่ใช่ภาระ”
: และอีกเรื่องที่สำคัญคือ ผู้พิการขณะนี้ประเทศไทยเรามีคนพิการที่ลงทะเบียนไว้ประมาณ 1,700,000 คน แล้วในจำนวนนี้เป้าหมายของเราคือ “คนพิการคือพลังของสังคม ไม่ใช่ภาระอีกต่อไป” เขามีโอกาส มีศักยภาพที่จะออกมาเรียนหนังสือ ออกมาทำงานเหมือนคนอื่น เป็นนโยบายที่ผมได้ดำเนินการไปแล้ว รัฐบาลได้เพิ่มเบี้ยผู้พิการจาก 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 800 บาท แล้วก็พยายามสร้างศักยภาพให้เกิดขึ้น ปีที่แล้วเราใช้งบประมาณกองทุนประมาณ 123 ล้านบาท ฝึกอบรมเพิ่มขีดความสามารถผู้พิการประมาณ 6,000 คน แล้วก็เกี่ยวกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีตู้ภาษามือทั้งหมด 150 ตู้ ในการสื่อสาร แล้วก็อีกโครงการหนึ่งคือโครงการที่รณรงค์และทำความเข้าใจกับหน่วยงานท้องถิ่น กรุงเทพมหานครฯ หน่วยงานทางด้านสาธารณสุข ด้านของไอซีทีต่างๆ เพื่อจะทำให้คนพิการสามารถดำเนินวิถีชีวิตได้ด้วยตนเอง ออกจากบ้านไปต้องไม่เผชิญปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ปีนี้ทำที่ปากเกร็ดแล้วก็ที่อื่นอีก 80 แห่ง แล้วก็เรื่องของรถ NGV ที่จัดหาโดยคมนาคม 3 พันกว่าคันที่เป็นชานต่ำ ก็จะมาประมาณเดือนกรกฏาคม อันนี้เป็นผู้พิการที่เรามองว่าเป็นพลังสังคมมากกว่าภาระ ให้เขามีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันกับประชาชนทั่วไป เพราะผู้พิการถ้าเราดึงศักยภาพเขาขึ้นมาผมว่าเป็นคนเก่งของสังคมนะครับ

ชุมชนเข้มแข็ง วัยเกษียณทำงานได้
: และอีกเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตคือ เรื่องของผู้สูงอายุซึ่งขณะนี้มีประมาณ 10 ล้านคน แล้วก็คาดการณ์ไว้อีก 13 ปีข้างหน้าจะมีเพิ่มเป็นประมาณ 16 ล้านคน เป็นสถานการณ์ที่จะต้องเผชิญต่อไป แล้วโครงสร้างก็ควรจะเปลี่ยน ตอนนี้เราเตรียมมาตรการที่จะรองรับ แต่ปัจจุบันนี้เราพยายามให้ชุมชนเข้มแข็งดูแลตัวเองให้ได้ เราเน้นที่ศูนย์สุขภาพระดับอำเภอ 7-8 เเห่ง เราเน้นที่ชมรมกิจกรรมเกี่ยวกับผู้สูงอายุทั่วประเทศ 27,000 ชมรม ให้มีความเข้มแข็ง เราเน้นที่การฝึกอบรมอาสาสมัคร 8 หมื่นคนเพื่อจะมาดูแลผู้สูงอายุ นี่คือนโยบายในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ในการขับเคลื่อนเรื่องผู้สูงอายุเราก็ดูเรื่องของการให้ผู้สูงอายุมาทำงานได้หลังอายุ 60 ปี เรากำลังพิจารณาว่าการรับราชการ การทำงานยังทำอยู่ถึง 65 หรือ 70 ปีไหม แต่หน่วยงานของรัฐ เช่น ตุลาการ ตอนนี้ก็มีผู้บริหารทำงานถึงอายุ 70 ก็มี ต้องพิจารณาต่อไป การมีเงินออมหลังเกษียณ การลาออกมาแล้วก็จะทำให้ผู้สูงอายุได้ทำงาน และมีเงินหลังเกษียณที่เพียงพอ

ที่อยู่อาศัยคนจน
: เรื่องที่อยู่อาศัยก็เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลครับ ให้ประชากรมีบ้านอยู่อย่างมั่งคง จากตัวเลขเราพบว่ามีคนที่มีครอบครัวทั้งประเทศมีประมาณ 25 ล้านครอบครัว มีบ้านอยู่แล้ว 19 ล้านครัวเรือน ยังขาดอยู่ 4.5 ล้านครัวเรือนที่มีปัญหา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายเร่งรัดให้ กระทรวงพัฒนาสังคมเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งเราก็มาศึกษาว่าใน 4.5 ล้านครัวเรือนอยู่ตรงไหน ก็ให้ทำการศึกษาความต้องการ เราก็โฟกัสที่ 2.7 ล้านครัวเรือนก่อน เราตั้งตัวเลขนี้เพื่อทำภายใน 10 ปี คือคนที่มีรายได้น้อยมากประมาณ 7 แสนครัวเรือน แล้วก็คนที่มีขีดความสามารถในการผ่อนชำระได้ประมาณ 2 ล้านครัวเรือน เรากำลังทำแผนเสนอไปในเร็วๆ นี้ วันนี้ก็มีเปิดบ้านยั่งยืน 239 โครงการ ประมาณ 13,000 หน่วยทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณหมื่นกว่า อัตราประมาณ 3-5 แสน ตอนนี้คนไปจองประมาณหมื่นกว่าราย แล้วก็ยังมีที่ดินแดงที่ผมกำลังทำเพื่องานนี้อีกประมาณ 22,000 หน่วย ในโครงการ 8 ปีข้างหน้า
ที่ดินแดงมีโครงการทุบครับ แต่ว่าค่อยๆ ทุบ แล้วคนในดินแดงก็มีสิทธิ์ก่อน 6,000 ครอบครัว คือทุบแล้วก็สร้างใหม่ ย้ายเข้าอยู่ทีเดียว ประมาณ 36 ตึก ทั้งหมดนี้เป็นภารกิจที่สำคัญอยู่แล้ว ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ผมมองเห็นคนยากจนในชนบท ในเมือง ในสลัมอาชญากรรมต่างๆ การแข่งขันเราเห็นมาหมดครับ เราได้จับงานนี้เราก็เข้าใจว่าต้องทำไง ผมเป็นตำรวจตั้งแต่รากหญ้า เคยปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นกันดารมาก่อน แล้วก็มาอยู่นครบาลถึงรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ด้านจราจร ด้านปราบปราม เคยไปอยู่ภาคใต้ 2 เที่ยว 3 ปีครึ่งครับประสบการณ์ก็พอมีอยู่บ้าง

เรื่องการค้ามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ
: เรื่องการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ ต้องบรูณาการหลายหน่วย มีทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม การบังคับใช้กฎหมาย การฟื้นฟูบำบัด คือต้องบรูณาการหลายด้านมากครับ เรื่องของประมง เรือประมงต่างๆ กระทรวงผมรับผิดชอบเกี่ยวกับกฎหมายซึ่งมีท่านนายกเป็นประธาน แต่ในส่วนของการขับเคลื่อนนี้มีแยกส่วนเป็น 5 ส่วน ผมเป็นประธานด้านสตรีและเด็ก และการค้ามนุษย์ มีมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดน รวมถึงการปราบปรามพื้นที่ในเมือง การคัดแยก เรื่องของล่าม ผมดูแลเรื่องนี้ครับ
และในช่วงสุดท้ายของการสนทนาในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ท่านได้ฝากข้อคิดแก่ผู้อ่านเรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้
: ผมว่าถ้าเราเจาะที่บุคคล ถ้าทุกคนให้ความสำคัญ ศึกษาจริงๆ อะไรคือความพอดี พอเพียง ความสมฐานะ ความประหยัด ความเรียบง่าย แล้วก็มีการนำมาจัดการตัวเองผมว่าไม่มียากจนแน่นอน อยู่ไหนก็อยู่ได้หมดครับ ทฤษฎีนี้เป็นกระบวนการที่ใช้ได้ทั้งส่วนตัว ครอบครัว ในการทำงานผมก็ใช้ตรงนี้เพื่อดูแลลูกน้องให้มีหนึ่งวิธีคิดที่จะอยู่ได้ในสังคม ความประหยัด ความเรียบง่าย ความสมฐานะ ให้อยู่ได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ใช้งบประมาณอย่างประหยัด พอเพียง มีธรรมาภิบาลในการดำเนินการ ผมว่าเหล่านี้เป็นสิ่งที่ใช้ได้ทั้งตัวเองและครอบครัว สังคม ชุมชน ถ้ามีความเข้าใจจริงๆ ครับ
คนที่ได้ปฏิบัติตามปรัชญานี้ก็จะดีกับตัวเอง ได้พบสิ่งที่ดี เรื่องวิธีคิด เรื่องความเรียบง่าย คือไม่ลำบาก ปฏิบัติแล้วมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองกับตัวเอง แล้วก็หน่วยงาน เป็นหลักประกันที่มีความมั่นคงแน่นอน
และก่อนจบการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ท่านรัฐมนตรี พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ท่านได้ยกแขนเสื้อให้ดูนาฬิกาเรือนเก่าที่ท่านใส่ประจำ เป็นนาฬิกาที่ดูทนทานซึ่งราคาไม่สูง พร้อมกล่าวว่า “ดูนาฬิกาของผมสิ ถูกกว่าของคุณอีก แต่ดูเวลาได้เหมือนกัน” บิ๊กอู๋หัวเราะอย่างอารมณ์ดี.

 

แผนที่มูลนิธิครอบครัวพอเพียง

Map