L1

L12

L2

L3

 L4

KPP Main

 

การขับเคลื่อนหลักคิดในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ระบบการศึกษาชาติ

ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา


เรื่องราวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในประเทศไทยเป็นที่รับรู้กันอย่างแพร่หลาย แต่การนำไปใช้เป็นหลักคิดในการดำเนินชีวิตดูเหมือนยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน แม้กระทั่งในตัวผู้ใหญ่หลายคนก็ยังเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการทำเกษตร ปลูกผักปลูกหญ้าหล่อเลี้ยงชีวิต คำถามก็คือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่เข้าใจของคนไทยอย่างถ่องแท้ เป็นหลักส่องนำการดำเนินชีวิตให้กับคนทุกชนชั้นได้อย่างยั่งยืน
ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ และกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา เป็นผู้หนึ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในประเทศไทยมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2550 โดยมีเป้าหมายหลักให้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบรรจุอยู่ในหลักสูตรของการศึกษาชาติ เพื่อเยาวชนรุ่นใหม่ได้คุ้นเคยและเข้าใจ เป็นหลักในการดำเนินชีวิตในอนาคตต่อไป
“เรารู้แล้วว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องการดำเนินชีวิต แต่เราก็พบว่ายังมีการนำไปใช้น้อยอยู่ หรือนำไปใช้ก็อาจจะยังไม่เข้าใจ บางทีตัวเองใช้ชีวิตพอเพียงอยู่แต่ไม่รู้ตัว ทำอย่างไรที่จะให้เรื่องนี้อยู่กับสังคมไทยไปอย่างเข้มแข็ง หมายความว่า ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนนโยบาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงในสังคมเกิดขึ้นแล้วจะไม่ลืมหายไป เราก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ต้องอยู่ในหลักสูตรของการศึกษาชาติ
ในช่วงปฎิรูปการศึกษา ปี 2551 หัวข้อหลักคือต้องมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้เข้ากับสถานการณ์ของประเทศไทย เราได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีการนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปเป็นปรัชญาในการนำทางการศึกษาชาติ อันนี้เป็นหัวใจใหญ่ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมีจุดหมายระบุชัดเจนเลยว่า เมื่อจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาชาติ ตั้งแต่ ป.1 – ม.6 แล้ว นักเรียนจะต้องยึกหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนของประเทศไทย ตรงนี้เราก็น่าจะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า เมื่ออยู่ในหลักสูตรแล้ว น่าที่จะไปทำให้เยาวชนไทยที่เข้าโรงเรียน ตั้งแต่ปี 2550 หรือ ป.1 ขึ้นไป น่าจะนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้”
งานวิจัยต่างๆ ของโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง ถูกนำมาใช้เป็นฐานในการขับเคลื่อน โดยเรียนรู้จากหลักการทำงานของในหลวงคือ ต้องรู้จริง ทำจากเล็กไปใหญ่ ทั้งยังศึกษาตัวอย่างจากโครงการในส่วนพระองค์ ที่สวนจิตรลดา ซึ่ง ดร.ปรียานุชยึดเป็นแนวทางในการดำเนินงาน
“ ยกตัวอย่าง เรื่องปลานิล พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงศึกษาจนกระทั่งพวกเรารู้จริงว่า ถ้าปลานิลไปแพร่พันธุ์ในแม่น้ำในประเทศไทย ลำคลอง หนอง บึงต่างๆ จะไม่เป็นอันตรายต่อพืชและสัตว์พื้นบ้าน แล้วก็เป็นแหล่งโปรตีนได้ สามารถแพร่พันธุ์ได้ ราคาไม่แพงนัก ทดลองจนรู้จริงในพระราชวังสวนจิตรลดา โครงการส่วนพระองค์แล้วก็นำไปเผยแพร่ ทำจากเล็กไปใหญ่ ค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ เราก็ยึดหลักนั้นมาว่า เราต้องรู้จริง ทำให้การทำงานขับเคลื่อนด้านการศึกษาอยู่บนพื้นฐานของการวิจัยก่อน ตัวอาจารย์เอง นักวิชาการศึกษา สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ก็จะมาร่วมมือกัน ในบางเรื่องเราก็จ้างนักวิชาการมาวิจัย ที่จุฬาฯ บ้าง ที่ มศว.บ้าง”

สอดแทรกหลักความพอเพียงคู่ไปกับรายวิชา
จากการขับเคลื่อนที่ผ่านมา ดร.ปรียานุช และทีมวิจัยพบว่า การบ่มเพาะหรือสอดแทรกเรื่องราวปรัชญาของเศษรฐกิจพอเพียงไม่อาจทำได้โดยการให้เด็กท่องจำอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการนำไปปฏิบัติใช้อย่างเห็นคุณค่า เหล่านี้ ดร.ปรียานุชมองว่าตัวแปรที่สำคัญอยู่ที่ครูผู้สอน

“ช่วงปี 2550-2552 เราจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการให้คุณครูจัดกิจกรรมออกแบบการเรียนรู้ เช่น คุณครูสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องดิน สมมุติครูวิทยาศาสตร์ เด็กต้องทดสอบดินในท้องถิ่นตัวเองเป็นยังไง เป็นกรดเป็นด่างมีประโยชน์อย่างไร มีสารอะไร สมมุติเขาเรียนเคมี แล้วครูวิทยาศาสตร์จะสอดแทรกเรื่องพอเพียงไปได้อย่างไร
คุณครูเขาช่วยคิดกับเรา คุณครูก็บอกเด็กต้องทำการทดลอง จะทดลองอย่างไร จะเอาดินจากไหนมาทดลอง วิธีการทดลองจะต้องเตรียมอุปกรณ์อย่างไรบ้าง (นี่คือภูมิคุ้มกัน) และจะใช้สัดส่วนปริมาณเท่าไหร่ ใช้วิธีการอย่างไร แล้วใช้หลักเหตุผลอย่างไรในการพิจารณาตัดสินใจว่า ดินประเภทนี้เป็นกรดเป็นด่างอย่างไร จะแก้ความเค็มของดินได้อย่างไร ต่างๆ นานาใช้หลักวิชาการหมด พอเด็กเรียนรู้เสร็จก็จะถามว่า ที่เด็กทำงานไปแล้วประสบความสำเร็จ เขาใช้หลักพอเพียงรึเปล่า
ทำไปบ่อยๆ เข้า เด็กก็จะเกิดความตระหนักรู้แล้วก็ซึมซับไปเองว่า อะไรก็ตามแต่ที่สำเร็จ เพราะว่าเขาทำอย่างพอเหมาะพอดีกับกำลังของเขา กับชุมชน กับเวลาที่เขามี ทุกอย่างต้องเป็นเหตุเป็นผล ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ เขาก็จะเริ่มเห็นคุณค่าของหลัก 3 ห่วงขึ้นมา (พอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน) ว่าอะไรที่ประสบความสำเร็จจะสอดคล้องกับความพอเพียง 3 ประการ อะไรที่ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น ใช้เวลาสั้นเกินไป มีการเตรียมความพร้อมน้อยเกินไป หรือว่ารีบด่วนสรุป ไม่มีเหตุผล ไม่ประสบความสำเร็จ กระบวนการตรงนี้ทำให้เด็กเริ่มเข้าใจเรื่องความพอเพียงมากขึ้น”

สถานศึกษาพอเพียง
เมื่อเริ่มขับเคลื่อนหลักพอเพียงเข้าสู่สถานการศึกษา ก็เริ่มมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มครูถึงบรรยากาศในโรงเรียนหลายแห่งไม่เอื้ออำนวย เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถเรียนรู้อยู่แค่ในห้องเรียนได้ ทั้งบางโรงเรียนผู้บริหารไม่ได้เน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณ เช่น การจัดกีฬาสี เด็กๆ ยังไม่รู้จักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า แข่งขันกันจนบางครั้งทะเลาะกัน เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังไม่ถูกนำมาใช้ให้สอดคล้องเท่าที่ควร
ดร.ปรียานุช กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยก็พบแนวทางแก้ไข โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการขับเคลื่อน ถึงจะเกิดการบ่มเพาะได้ จึงเป็นที่มาของ “สถานศึกษาพอเพียง”
“แต่ก่อนเราทำแค่ห้องเรียนเพราะเราไปจับที่หลักสูตร แต่หลักสูตรเป้าหมายใหญ่คือ นักเรียนต้องใช้ชีวิตอย่างพอเพียง แต่เราลงไปแค่ในหลักสูตร ในสาระ พอออกนอกห้องเรียนเด็กๆ ไปทำกิจกรรมกีฬาสีบ้าง ทำชมรมบ้าง ไม่เกี่ยวเลย ครึ่งๆ ของชีวิตในโรงเรียน นอกห้องเรียนมันมีอีกครึ่งหนึ่ง เราก็มาคิดนวัตกรรมที่เรียกว่าสถานศึกษาพอเพียงขึ้นมา นี่คือที่มาที่ไปว่า ผู้บริหารต้องเอาหลักพอเพียงไปบริหารจัดการ จนกระทั่งเกิดวัฒนธรรมองค์กรของการอยู่ร่วมกันอย่างพอเพียง ผู้บริหารก็ต้องเป็นแบบอย่าง เท่านั้นไม่พอ ชุมนุมต่างๆ ในโรงเรียนต้องสนับสนุนด้วย เพราะว่าในห้องเรียนอย่างเดียวไม่พอ


เด็กนักเรียนอาจจะได้ไปเรียนรู้เรื่องสวนสมุนไพรในโรงเรียน สวนสมุนไพรนั้นก็ต้องเป็นฐานการเรียนรู้ของความพอเพียงด้วย สมมุติเป็นโรงเรียนในภาคอีสาน อาจจะปลูกสมุนไพรภาคอีสานไว้มากมาย เด็กก็เรียนรู้หลักความพอประมาณ ไม่ใช่เอาสตอร์เบอร์รี่มาปลูกในโรงเรียนทางภาคอีสาน ซึ่งไม่ใช่พืชท้องถิ่น เด็กก็จะ เอ๊ะ ความพอประมาณมันอยู่ตรงไหน ทุกอย่างต้องใช้หลักพอเพียงในการบริหารจัดการการศึกษาทั้งโรงเรียน”
จากการเริ่มประเมินสถานศึกษาพอเพียงครั้งแรกในปี 2551 จนถึงการปรับตัวเกณฑ์การศึกษาในปี 2553 ทำให้เกิดโรงเรียนสถานศึกษาพอเพียงกว่าพันแห่ง หมายความว่ามีโรงเรียนที่เข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างโดดเด่น ทั้งกลุ่มบุคลากรผู้บริหารและครูก็เริ่มเข้าใจและตอบรับมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน ทำให้เกิดจิตอาสาจากครูหลายภาคส่วนในการที่จะช่วยขยายผล ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาคือ โรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงก็ได้พัฒนาการศึกษา
“โรงเรียนพอเพียงคือโรงเรียนที่พึ่งตัวเองได้ นักเรียนใช้ชีวิตอย่างพอเพียง อยู่อย่างพอเพียง ทำอย่างพอเพียง คิดอย่างพอเพียง พูดอย่างพอเพียง เขาเริ่มเห็นหนทาง เขาก็ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์เพิ่มความลุ่มลึกไปเรื่อยๆ แต่โรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ฯ ต้องเป็นผู้ที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ เขาพึ่งตัวเองได้เขาก็พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น หลายโรงเรียนอาจจะเก่งทำเองได้ แต่ช่วยผู้อื่นไม่ได้ เพราะการจะช่วยผู้อื่นได้ต้องมีศักยภาพในการเป็นวิทยากรพี่เลี้ยง ต้องมีจิตเมตตา ต้องมีจิตอาสา แล้วช่วยผู้อื่น งานตัวเองก็ไม่ต้องเสีย มัวแต่ไปช่วยเหลือโรงเรียนอื่นให้เป็นโรงเรียนพอเพียง ปรากฏว่าโรงเรียนตัวเองก็แย่ อย่างนี้ก็ไม่ได้อีก มันยาก
ถ้าเราจะวัดความสำเร็จของการขับเคลื่อนเรื่องพอเพียง คนขับเคลื่อนต้องบอกตัวเองได้ว่า การขับเคลื่อนจะสำเร็จเมื่อไหร่ เราต้องบอกตัวเองได้ว่า เมื่อไหร่ที่เราไม่อยู่ ระบบต้องเดินได้ด้วยตนเอง นี่คือประสบความสำเร็จ ถ้าเราไปสร้างระบบที่เขาต้องพึ่งพาเราตลอดเวลา อันนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเราก็ไปทำตัวเหมือนคอยไปยื่นความช่วยเหลือให้ ไม่โตสักที อันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคิดทำเรื่องแบบนี้ แต่เราก็พยายามคิดว่า ทำอย่างไรที่ระบบการขับเคลื่อนเรื่องพอเพียง มันมีหลักสูตร มีสถานศึกษาพอเพียง มีโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ ทำอย่างไรจึงจะให้เขาหมุนได้ด้วยตนเอง ตรงนี้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักปลัด อาจารย์ รจนา สินที ก็มีส่วนร่วมอย่างมากในการนำเรื่องสถานศึกษาพอเพียงและโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินวิทยฐานะของผู้บริหารและครู อันนี้กระทรวงเขาจะไปผูกเอาไว้ด้วย” ดร.ปรียานุชกล่าวทิ้งท้าย
และในฉบับนี้เราก็ได้รับรู้แนวทาง ความเป็นมาและที่กำลังจะเป็นไป ของหลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา ซึ่งผู้คุมบังเหียนหรือเจ้ากระทรวง คงต้องสั่งการหาคณะทำงานเพื่อร่วมขับเคลื่อนการทำงานไปพร้อมๆกัน การปฏิรูปประเทศตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถึงเป้าหมายสุดท้ายคือ ประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่งอย่างยั่งยืน จะสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรมและสะดวกโยธินก็คงต้องมารับฟังที่ท่าน ดร.ปรียานุชบอกไว้ดังๆ ว่า การปฏิรูปประเทศเพื่อให้ ประชาชนมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนได้นั้น ต้องได้รับความร่วมมือจาก ครูผู้สอน จึงจะสำเร็จได้แน่นอน.

 

 

แผนที่มูลนิธิครอบครัวพอเพียง

Map